เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
           
          สูตรลดน้ำหนักแบบเห็นผลทันใจ วิธีกระชับหุ่นให้สวยเพรียวแบบง่าย ๆ และอีกหลายกลเม็ดเคล็ดลับเรื่องลดน้ำหนัก คงกำลังอยู่ในความสนใจของคนที่อยากเตรียมหุ่นสวยเช้ง เพื่อวันสำคัญที่ใกล้จะมาถึงในอีกไม่ช้า วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอสนองนี้ดคุณ ๆ ด้วย 7 วิธีกระชับหุ่นให้สวยเพรียวสมใจจากเว็บไซต์ all woman stalks เพื่อคนที่อยากลดน้ำหนัก กระชับรูปร่างให้เป๊ะสุด ๆ แบบเร่งด่วนโดยเฉพาะเลยจ้า
 
1. ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกาย
           
          นอกจากต้องยึดคติ You are what you eat แล้ว คนที่ฝันอยากมีรูปร่างกระชับ หุ่นดี ๆ ก็ต้องขยันเคลื่อนไหวร่างกายบ่อย ๆ ยกตัวอย่างเช่น บริหารกล้ามเนื้อขาด้วยท่านอนตะแคง เหยียดขาตรง และยกขึ้น-ลง ระหว่างที่นอนดูทีวีอยู่ที่บ้าน หรือใครถนัดจะยืนแกว่งแขนก็ได้ไม่ว่ากัน รวมทั้งเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เดินมากขึ้น โดยเฉพาะการเดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ หรือจอดรถให้ไกลจากจุดหมายมากกว่าเดิม เพื่อที่จะได้เดินเยอะขึ้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณได้เบิร์นแคลอรี่ ไขมันสะสม และเซลลูไลท์ที่เกาะติดผิวหนังออกไปได้เยอะพอสมควรเลยล่ะค่ะ
 
 
2. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ
           
          การดื่มน้ำสะอาดให้ประโยชน์ดี ๆ มากกว่าที่คุณคิด เพราะนอกจากจะช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล การดื่มน้ำในปริมาณที่มากพอกับความต้องการของร่างกายยังสามารถช่วยลดพุงกะทิ ของคุณได้อีกทางหนึ่งด้วย ยิ่งถ้าใครดื่มน้ำผสมน้ำมะนาวเล็กน้อย หรือดื่มน้ำขิงอุ่น ๆ บ้าง ก็จะได้ดีท็อกซ์สารพิษ และไขมันที่เกาะตามลำไส้ไปในคราวเดียวกัน ฉะนั้นอยากผอมเพรียวหุ่นเป๊ะ ก็ต้องดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 8-12 แก้วเป็นประจำทุกวันนะจ๊ะ

 
3. ปฏิบัติตามสูตร 70/30 เพื่อหุ่นสวย
           
          สูตร 70/30 ที่ว่าก็คือ การเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ (เน้นไฟเบอร์ และอาหารแคลอรี่ต่ำ) ในอัตราส่วน 70% ส่วนอีก 30% ที่เหลือเป็นพื้นที่อิสระที่คุณสามารถกินอาหารที่ชอบได้ตามใจ แต่ถ้าจะให้ผลลัพธ์ดีที่สุด และผอมเพรียวทันใจ แนะนำให้กินอาหารแบบฉลาดเลือก เช่น ทานอาหารนอกบ้าน 1 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือพกช็อกโกแลต 1 บาร์เอาไว้กินแก้ง่วงช่วงบ่าย เป็นต้น ซึ่งถ้าคุณปฏิบัติตามสูตร 70/30 นี้ได้อย่างเคร่งครัด การันตีหุ่นสุดเป๊ะในอีกไม่ช้าได้เลยจ้า
 
 
4. ตั้งเป้าระยะสั้น ๆ
           
          ใครที่เคยมีประสบการณ์ลดน้ำหนักไม่สำเร็จ เพราะทำไปได้สักพักก็ท้อ และเลิกในที่สุด ลองเปลี่ยนวิธีไดเอตใหม่ดีไหมเอ่ย เริ่มง่าย ๆ ด้วยการตั้งเป้าหมายให้ตัวเองเป็นระยะเวลาสั้น ๆ เพื่อที่เราจะได้มีแรงบันดาลใจในการลดน้ำหนักอย่างแน่นอน ซึ่งตรงนี้คุณอาจจะตั้งเป้าหมายลดน้ำหนัก 2 กิโลกรัมภายใน 1-2 เดือนก็ได้ แล้วพอบรรลุเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ ก็ซื้อของที่อยากได้เป็นรางวัลให้ตัวเองสักหน่อย คราวนี้รับรองว่าจะลดน้ำหนักได้อึดกว่าเดิมอย่างแน่นอนจ้า
 

5. คิดเมนูอาหารล่วงหน้า
           
          สำหรับคนที่กลัวจะหลงทาง เผลอตัวกินอาหารตามใจปากอย่างที่เคยทำบ่อย ๆ ลองคิดเมนูอาหารล่วงหน้าก่อน 1 วัน หรืออาจจะวางแผนเมนูอาหารเตรียมไว้เป็นสัปดาห์เลยก็จะยิ่งดี โดยเน้นเมนูที่มีผัก ผลไม้ โฮลเกรน ขนมปังโฮลวีท ปลา และเนื้อสัตว์ไร้มันเป็นส่วนใหญ่ แบบนี้จะได้หมดห่วงเรื่องนอกลู่นอกทางไปกินอาหารแคลอรี่สูงอีกต่อไปเนอะ
 

 
6. ซื้อเสื้อผ้าใหม่สร้างแรงจูงใจ
           
          ถ้าเหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณตัดสินใจไดเอต เป็นเพราะเวลาเห็นเสื้อผ้าคอลเลกชั่นใหม่สวย ๆ แต่ไม่สามารถซื้อมาใส่ได้ เนื่องจากไซส์เล็กเกินไป ! สร้างความปวดร้าวในใจอยู่บ่อย ๆ อย่างนี้ฉวยความจี๊ดนั้นมาเป็นแรงผลักดันอีกทางเลยสิคะ หาซื้อบิกินี หรือเสื้อผ้าที่อยากใส่ (แต่เมื่อก่อนใส่ไม่ได้เพราะตุ้ยนุ้ยเกินไป) มาสักชุดสองชุด เราจะได้รู้สึกฮึดในการไดเอตเพิ่มขึ้นอีกนิด
 

7. เติมความสนุกทุกครั้งที่ออกกำลังกาย
          
          อย่างน้อย ๆ 3-4 วัน/สัปดาห์เราควรจะต้องออกกำลังกายเป็นเวลา 45 นาที หรือมากกว่านั้น (ถ้าทำได้) เพื่อเร่งระบบการเผาผลาญ และกระชับสัดส่วนให้ฟิตเฟิร์มมากยิ่งขึ้น ซึ่งพอถึงจุดนี้หลายคนอาจจะรู้สึกเหนื่อยและท้อขึ้นมาซะเฉย ๆ ดังนั้นคงดีกว่าถ้าเราจะเติมสีสันให้การออกกำลังกายเป็นเรื่องสนุกกว่าที่ เคย

          ง่าย ๆ คุณอาจจะเปิดเพลงจังหวะคึกคักคลอไปตลอดช่วงที่ออกกำลังกายอยู่ วิธีนี้จะช่วยให้รู้สึกเพลินจนลืมเวลาได้ พร้อมกันนั้นก็ควรสลับสับเปลี่ยนโปรแกรมออกกำลังกายให้มีความหลากหลาย หมุนเวียนกันไปร่างกายจะได้ออกกำลังทุกสัดส่วน และเราก็จะไม่รู้สึกเบื่อหน่ายด้วยยังไงล่ะ
 
          ใครที่กำลังอยากแปลงโฉมให้สวยเพอร์เฟคท์ในวันสำคัญที่จะมาถึงในอีกไม่ช้านี้ ลองนำเคล็ดลับทั้งหมดที่เราแนะนำ ไปปฏิบัติตามได้นะคะ อ๊ะ ! สูตรนี้คนที่อยากผอมเฉย ๆ ไม่มีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลา ก็ทำตามได้เช่นกัน มาผอมเพรียวสวยเจิดกันดีกว่าเนอะ ^^
 
6 ข้อสงสัย ไขความลับเรื่องความสวย (momypedia)

    1. อยากได้ผมสวยถูกใจ ไปร้านเสริมสวยทีไรไม่ได้ดั่งใจสักที มีข้อแนะนำอย่างไร

          ถ้าอยากทำผมทรงไหน ไม่ว่าจะเป็นการดัด การตัด การทำสี ควรนำรูปแบบที่เราชอบไปให้ช่างดูเพื่อประกอบกับคำอธิบายด้วยจะดีกว่า เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องของทั้งทางช่างและทางเรานะคะ จะได้ไม่มีข้อผิดพลาดในภายหลัง แต่อย่างไรก็ตาม ส่วนประกอบอื่น ๆ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กันเลยค่ะ

        ความสามารถของช่างผมและร้านนั้น ๆ จะรู้ได้ว่าดีหรือไม่ดี ให้สังเกตลักษณะร้าน และคำบอกเล่าจากเพื่อน ๆ ที่เคยทำผมจากที่ร้านนี้

        ก่อนที่จะนำรูปแบบผมที่เราชอบไปให้ช่างดู ให้พิจารณาดูให้รอบคอบว่าเป็นแบบผมที่เราชอบจริง ๆ ตัดส่วนประกอบต่าง ๆ ออกไป เช่น ใบหน้า เสื้อผ้า และเครื่องประดับของนางแบบ อย่าแค่วาดฝันว่าตัดออกมาแล้วจะสวยเหมือนก้อย รัชวิน หรือแพนเค้ก


        แบบผมที่นำไปอาจไม่เหมาะกับเรา ให้ช่างช่วยชี้แนะหรือฟังคำแนะนำจากผู้อื่นโดยไม่โกรธ อาจให้ช่างช่วยดัดแปลงทรงให้เข้ากับใบหน้าเรามากขึ้น

        ผมทรงนั้น ๆ อาจจะไม่เหมาะกับสภาพเส้นผมของเรา เช่น ผมสลวยเป็นขอดสวยอย่างบรู๊ก ซีลด์ ไม่อาจทำบนเส้นผมแห้งฟูบางอย่างเราได้ และอาจต้องใช้เวลานานมากเกินไปในการตกแต่งในตอนเช้า ทรงผมแสนสวยของนางแบบนั้น กว่าจะถ่ายรูปออกมาให้สวยได้แต่ละรูปนั้น ที่จริงแล้วได้รับการดูแลตกแต่งจากสไตลิสต์เป็นเวลาหลายชั่วโมง ใช้เทคนิคมากมายในการถ่ายรูปให้เส้นผมสลวยเป็นมันเงาค่ะ

    2. ทำไมจึงต้องมาส์กหน้า มาส์กมีประโยชน์อย่างไร ช่วยแนะนำด้วย

          การล้างหน้าด้วยครีมและเช็ดผิวด้วยโลชั่นเป็นประจำวันนั้นไม่การเพียงพอหรอก นะคะ ผิวหนังควรได้รับการดูแลทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่เข้มข้น กว่าปกติ เช่น มาส์กสำหรับผู้ที่มีผิวมัน จะช่วยทำความสะอาดผิวและดูดซับความมัน ปรับความสมดุลของผิว ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียค่ะ การมาส์กหน้านั้นมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

        ทำความสะอาดผิวให้สะอาดก่อนมาส์กหน้านะคะเพราะว่าการมาสก์หน้าไปบนใบหน้า สกปรก เสมือนลงยาขัดเงาไปบนพื้นผิวที่สกปรก จะทำให้ผิวหน้าที่สกปรกทำความสะอาดยากยิ่งขึ้นค่ะ

        ก่อนใช้มาส์กแต่ละยี่ห้อ อ่านขั้นตอนการใช้อย่างละเอียด โดยเฉพาะวิธีการ ระยะที่ใช้มาส์กหน้า และวิธีการชำระออก มาส์กแต่ละยี่ห้ออาจมีวิธีแตกต่างกันไป


        ทามาส์กจำนวนพอสมควรให้ทั่วผิวหน้าอย่างพอเหมาะ ไม่หนาเกินไป ไม่บางเกินไป แต่ควรหลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปากนะคะ เพราะผิวบริเวณนี้บอบบางที่สุด

        หลังจากทามาส์กและล้างมาส์กออกแล้ว เซลล์เก่าจะถูกขจัดออกไป จึงควรทาครีมบำรุงทันที เพราะผิวจะซึมซับมอยส์เจอไรเซอร์ได้อย่างรวดเร็วกว่าปกติค่ะ

    3. สีเมคอัพในปัจจุบันค่อนข้างเป็นสีอ่อนและเป็นประกาย จะเหมาะกับคนที่มีอายุมากไหม

          พวกสีอ่อนใสเป็นประกายนั้น เหมาะกับวัยรุ่นที่มีผิวพรรณสดใสเต่งตึง แต่งเติมไปเล็กน้อย ก็ดูสวยใสอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นผู้ที่มีผิวพรรณดีอยู่แล้ว เครื่องสำอางที่เป็นประกายสามารถใช้แต้มเล็กน้อยไปบนบริเวณเปลือกตา โหนกคิ้ว กลางปากเพื่อความอวบอิ่ม และบนสีเล็บเท่านั้นนะคะ จะแต้มเติมไปทุกส่วนของใบหน้าไม่ได้ เพราะว่าเมื่อถูกถ่ายรูปมาจะดูหน้าบวมกว่าปกติและไม่สวยค่ะ ส่วนการแต่งหน้าสำหรับผู้ที่มีอายุนั้น ไม่ควรตามแฟชั่นมากเกินไป ยึดสีเป็นธรรมชาติที่เหมาะกับผิวของตนเอง และทำให้เราดูดีเป็นธรรมชาติอยู่เสมอจะดีกว่านะคะ


    4. สีชมพูมาแรงสำหรับสีลิปสติกช่วงนี้เลือกสีอย่างไรให้ดูดีเหมาะกับสีผิว

          การเลือกสีลิปสติกก็เหมือนการเลือกสีเสื้อผ้าแหละค่ะ หากเรามีสีผิวออกโทนร้อน มีเหลืองผสมอยู่มาก ให้เลือกสีชมพูอมส้ม หากเรามีผิวโทนเย็น ผิวขาวออกชมพู ให้เลือกชมพูออกม่วง ๆ อย่างไลแลคได้ค่ะ อย่างไรก็ตาม การแต่งหน้าควรจะให้ดูกลมกลืนกันทั่วทั้งใบหน้านะคะ ไม่ใช่ว่าทาปากสีชมพู แล้วปัดแก้มสีออกส้ม ซึ่งการแต่งแบบนั้นจะดูขัดตาเป็นอย่างยิ่งค่ะ


          สำหรับการเลือกสีลิปสติกนี้ ไม่ว่าจะเป็นสีใด ๆ ให้ยึดหลักการของโทนสีผิวไว้เช่นเดียวกัน ผิวโทนร้อนควรเป็นสีแดงออกส้ม ผิวโทนเย็นออกสีแดงโกเมน แดงผลไม้สุกได้ (เชอร์รี บลูเบอร์รี สีไวน์ เป็นต้น)


    5. ครีมขจัดเซลลูไลต์ต่าง ๆ ช่วยลดไขมันได้แค่ไหน

          ครีมขจัดเซลลูไลต์ต่าง ๆ ใช้เดี่ยว ๆ อย่างเดียวนั้นไม่ได้ผลอย่างแน่นอนค่ะ ต้องทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร การคลายความเครียด และไม่ใช่ทำเพียงแค่วันสองวันจะเห็นผลทันทีนะคะ ต้องทำเป็นกิจวัตรทุกวันเป็นเวลาอย่างน้อย 2 เดือนจึงจะเห็นผลค่ะ สำหรับผิวบางชนิดที่มาจากกรรมพันธุ์ และสังขารนั้น ครีมใด ๆ ก็ไม่สามารถช่วยให้เรียบตึงได้หรอกค่ะ อาจช่วยให้ผิวชุ่มชื่นและนุ่มนวลขึ้นบ้าง


    6. มีคำแนะนำอย่างไรสำหรับการดูแลผิวพรรณที่บอบบางแพ้ง่าย คำแนะนำสำหรับผู้ที่มีผิวพรรณบอบบางแพ้ง่าย

        ควรเลือกซื้อเครื่องสำอางสำหรับผิวบอบบาง ข้าง ๆ ขวดอาจเขียนว่า "Hypoallergenic" หรือ "Allergy Tested" อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะผ่านการทดสอบแล้ว ก็อาจเกิดอาการแพ้ได้อยู่ดี

        ดังนั้น ควรทดสอบผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ที่ไม่เคยใช้มาก่อนบริเวณใต้ท้องแขนสักหลาย ๆ วันหน่อย จนแน่ใจว่าไม่แพ้ จึงเริ่มบนใบหน้าบริเวณเล็ก ๆ ใกล้ ๆ ใบหูก่อน เพราะถ้าเผื่อว่าเกิดแพ้ขึ้นมาก็จะสามารถปิดรอยที่แพ้ได้ด้วยผมค่ะ

        พยายามหลีกเลี่ยงการใช้สบู่ที่จะทำให้ผิวแห้ง เกิดอาการคันนะคะ ใช้เครื่องสำอางทำความสะอาดผิวที่ไม่ใช่สบู่จะดีกว่าค่ะ

        ปกป้องผิวจากแสงแดด เมื่อเลือกซื้อครีมกันแดด พยายามหลีกเลี่ยงส่วนผสมของสารกันแดดที่เป็นเคมี เลือกพวกที่มีส่วนผสมของไททาเนียม ไดออกไซด์แทนจะดีกว่าค่ะ

        หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่ขจัดลอกเซลล์ผิวที่มีส่วนผสมของ AHA

        หากเกิดอาการแพ้ ให้หยุดใช้เครื่องสำอางนั้นทันทีเลยนะคะ อย่าใช้ต่อเด็ดขาด ล้างบริเวณนั้นด้วยน้ำเย็นเป็นเวลาอย่างน้อย 30 วินาที บรรเทาผิวส่วนที่แพ้ด้วยเจลว่านหางจระเข้ และถ้าเกิดอาการแพ้มาก ควรไปพบแพทย์เพื่อให้ตรวจอาการและรักษาอย่างถูกต้องค่ะ
 
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          สิวขึ้นที่คิ้ว !! เชื่อว่าหลายคนที่เจอปัญหานี้อยู่คงกำลังเครียดและค้นหาวิธีแก้ปัญหากันอยู่ ใช่ไหมคะ เพราะเจ้าสิวที่ว่านี้นอกจากจะเป็นอุปสรรคในการล้างหน้า และการแต่งหน้าแล้ว ยังบวมปูดปวดระบมพาลให้หงุดหงิดตลอดทั้งวัน และสำหรับใครที่กำลังมองหาทางออกของปัญหาสิวขึ้นที่คิ้วอยู่ตอนนี้ กระปุกดอทคอมขออาสานำสาเหตุที่มาของปัญหาสิวที่คิ้ว ว่าจริง ๆ แล้วมันเกิดจากอะไร และจะพอมีวิธีใดที่ช่วยแก้ไขหรือบรรเทาอาการสิวได้บ้าง...

          สิวที่คิ้ว เกิดจากปัญหาหลัก ๆ ในด้านสุขภาพ ไม่ ว่าจะเป็นเรื่องของระบบการย่อยอาหารจำพวกแลคโตสในนมวัว ระบบการทำงานของตับ และการเลือกรับประทานอาหารรสจัดมากเกินไป เลยทำให้เกิดการกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน จึงทำให้สิวปะทุขึ้นตามบริเวณตามแนวคิ้วทั้งสองข้าง นอกจากนี้ปัญหาสิวขึ้นบริเวณคิ้วยังมาจากพฤติกรรมส่วนตัวอย่าง ภาวะความเครียดสูง การล้างหน้าไม่สะอาดเลยทำให้คราบเหงื่อ ความมัน และเครื่องสำอางตกค้างหรืออุดตันตามรูขุมขน รวมถึงการแพ้ยาสระผมก็เป็นได้ ดังนั้นสาว ๆ จึงควรดูแลแก้ไขปัญหาสิวบริเวณคิ้วโดยด่วน ด้วยวิธีการดูแลตัวเองง่ายๆ ดังนี้

     ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดหมดจด เมื่อกลับถึงบ้านควรเช็ดเครื่องสำอางให้สะอาดหมดจดด้วยเมคอัพรีมูฟเวอร์ โดยการเช็ดเบา ๆ ให้ทั่วตามซอกคิ้วจนสะอาด แล้วใช้เจลล้างหน้าทำความสะอาดให้เกลี้ยงเกลา นอกจากนี้หากสาว ๆ คนไหนไว้ผมม้า ควรเปิดผมหรือติดกิ๊บเปิดหน้าผากบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดการหมักหมมของเหงื่อ หรือหากใครชอบใส่แว่นตา และหมวกอยู่บ่อย ๆ ควรนำมาล้างทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้ฝุ่นละอองเกาะติดบนของใช้ส่วนตัวจนทำให้เกิดสิว

     หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสจัดและอาหารมื้อดึก สำหรับ ใครที่มักจะรับประทานอาหารไม่ค่อยตรงเวลาเลยไปช่วงดึกดื่นเป็นประจำ หรือชอบรับประทานอาหารรสจัดจ้าน ควรหันมารับประทานให้เป็นเวลา รวมถึงงดหรือลดปริมาณการรับประทานอาหารในมื้อดึก เพื่อปรับให้ระบบการย่อยและการทำงานของอวัยวะส่วนต่าง ๆ เป็นไปอย่างปกติ

     ใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากสิวที่ในบริเวณคิ้ว ส่วนใหญ่จะมีตำแหน่งใกล้เคียงกับบริเวณดวงตา สาว ๆ จึงควรทายารักษาสิวด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาไหลเข้าไปในดวงตา อาจใช้ปลายคัตตอนบัตค่อย ๆ จุ่มยาแล้วแต้มบริเวณที่เป็นสิวบาง ๆ แทนการหยดหรือป้ายยาด้วยนิ้วมือ

     รับประทานผักผลไม้ และดื่มน้ำเพิ่มมากขึ้น เพื่อ เป็นการบำรุงผิวและช่วยเพื่มประสิทธิภาพของร่างกาย ผักและผลไม้คือ ตัวช่วยที่ดี เนื่องจากเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารและวิตามินมากมายที่ช่วยบำรุงผิว พรรณให้ดูมีสุขภาพดีขึ้นได้ไม่ยาก โดยเฉพาะน้ำเปล่า ควรดื่มให้ได้อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว เพื่อช่วยเรื่องของการขับถ่ายและย่อยอาหาร ที่สำคัญควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่อีกด้วย

     ออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการออกกำลังกายไม่เพียงแต่ช่วยในเรื่องสุขภาพเท่านั้น ยังช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดสะสมได้อย่างไม่น่าเชื่อ หรืออาจเลือกทำกิจกรรมที่คุณชอบ เช่น ดูหนัง เล่นเกมส์ อ่านหนังสือ แล้วนอนหลับพักผ่อนอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้ระบบการทำงานตับดีขึ้น


          เมื่อรู้ถึงที่มาของปัญหาสิวในบริเวณคิ้วกันไปแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาที่คุณจะต้องเริ่มหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเก่า ๆ ออกไปบ้าง ใครรู้ตัวว่ายังนอนดึก รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา หรือสะสมความเครียดไว้กับตัวตลอดเวลา สงสัยจะต้องรีบมาดูแลผิวหน้าของคุณกันอย่างจริงจังแล้วล่ะค่ะ...