เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          โอ๊ย ! ชั่งน่ำหนักทีไรก็เห็นแต่ตัวเลขที่สูงขึ้นตลอด เป็นอย่างนี้ติดต่อกันมาหลายเดือน ทั้ง ๆ ที่พยายามควบคุมอาหาร หลีกเลี่ยงการกินอาหารนอกบ้าน ที่สำคัญก็ปรุงอาหารมากินเองเกือบจะทุกมื้อ เป็นแบบนี้แล้วยังอ้วนอีกก็เริ่มจะท้อแล้วใช่ไหมคะ ทำไมนะทำไมน้ำหนักเราถึงไม่ลงบ้างล่ะ

          เอ๊ะ ! หรือว่าจะเป็นวิธีทำอาหารพลาด ๆ อย่าง 5 ข้อต่อไปนี้กันแน่นะ ที่เป็นสาเหตุให้เราอ้วนแล้วอ้วนอีกอย่างนี้ ถ้าอย่างนั้นมาดูข้อเท็จจริงจากเว็บไซต์ Fitnea  ให้ชัด ๆ กันเลยดีกว่า
 
 
1. ใช้น้ำมันมากเกินพิกัด
           
          ต่อให้คุณใช้น้ำมันมะกอกปรุงอาหาร ก็ใช่ว่าจะใช้น้ำมันได้อย่างสบายใจนะจ๊ะ เพราะถ้าคุณเผลอเทน้ำมันลงกระทะเกิน 1 ช้อนโต๊ะ (ประมาณ 125 กิโลแคลอรี่) เมื่อไหร่ ก็หมายถึงปริมาณแคลอรี่ที่ร่างกายได้รับจะบวกเพิ่มเข้าไปเท่านั้น ดังนั้นทางที่ดีจำกัดปริมาณน้ำมันเพียงแค่ 1 ช้อนโต๊ะดีกว่าค่ะ หรือคุณจะนำอาหารไปต้ม หรือนึ่งก่อนนำไปผัด และทอดก็ได้ เราจะได้ไม่ต้องใช้ปริมาณน้ำมันปรุงอาหารเยอะอย่างเดิมอีกต่อไป
 
 
2. กินเพลินเกินห้ามใจ
           
          สาว ๆ ที่กำลังควบคุมอาหารคงจำกัดปริมาณการกินในแต่ละมื้ออยู่แล้ว แต่เอาเข้าจริง ๆ เราก็เผลอลืมชั่ง วัด ตวง สัดส่วนอาหารกันบ้างล่ะเนอะ และนี่ก็คือช่องโหว่ที่ทำให้เรากินเพลินจนเกินเหตุ ซึ่งแม้แต่อาหารที่กินจะเป็นอาหารที่แคลอรี่ต่ำ แต่ถ้ากินในปริมาณมาก ๆ ก็ไม่ต่างอะไรกับตอนที่ไม่ได้ควบคุมอาหารเลยล่ะ

 
3. ตามติดสูตรอาหาร
           
          สำหรับแม่ครัวที่ไม่ค่อยมั่นใจในฝีมือทำอาหารของตัวเองนัก จนต้องกางตำราดูสูตรอาหารอย่างใกล้ชิด อาจทำให้คุณไม่สามารถลดน้ำหนักได้อย่างที่ฝันไว้ เพราะส่วนประกอบในสูตรอาหารส่วนใหญ่ มักจะเน้นรสชาติที่เข้มข้น ถึงเนื้อถึงกะทิ ซึ่งหากทำตามนั้นก็คงไม่รอดจากแคลอรี่และไขมันอีกอื้อเชียวล่ะ
 



4. ชิมเพลินจนลืมตัว
           
          เป็นไปได้ยากที่เราจะไม่ชิมอาหารที่เราปรุง แต่ส่วนใหญ่มักจะทำเกินกว่าจะเรียกว่าชิมได้นี่สิ ประเภทที่เดี๋ยวชิม เดี๋ยวจิบ แถมยังถือขนมติดมือมากินเล่นระหว่างปรุงอาหารอีกต่างหาก พฤติกรรมแบบนี้นี่ล่ะค่ะ ตัวการทำให้น้ำหนักพุ่งปรี๊ดเลยทีเดียว
 

5. เสียดายจนสายไป
           
          อารมณ์เสียดายอาหารที่กินไม่หมดคงเกิดขึ้นกับทุกคนมาแล้ว แต่ในช่วงที่ไดเอต หากคุณมัวแต่เสียดายอาหาร เห็นทีน้ำหนักคงจะไม่ลดลงง่าย ๆ หรอกจริงไหมล่ะ ถ้าอย่างนั้นคงดีกว่า หากเราจะทำอาหารแค่พอกินมื้อต่อมื้อ หรือตัดใจทิ้งอาหารที่กินเหลือให้หมด อย่าเก็บไว้เป็นของล่อตาล่อใจในมื้อดึกเลย
 

          กว่าจะลดน้ำหนักลงสักกิโลกรัมไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ดังนั้นหากคุณจะเสียหลักเพียงเพราะวิธีทำอาหารพลาด ๆ อย่าง 5 ข้อที่ว่ามานี้ ก็เสียดายน่าดูเลยนะคะ ถ้าอย่างนั้นรีบมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกันดีกว่าเนอะ
 
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          มีใครเป็นบ้างไหมคะ กับการซื้อเสื้อผ้าเล็กกว่าตัว เพื่อให้เป็นแรงขับดันตัวเองในการลดน้ำหนัก เหมือนซื้อไปสะกดจิตตัวเองว่า "ฉันต้องผอม ๆ"

          วัน ที่ 4 มีนาคม 2014 เว็บไซตเดลี่เมล เผยผลการสำรวจจาก Bluebella แบรนด์ชุดชั้นในจากประเทศอังกฤษ ซึ่งทำการสำรวจพฤติกรรมการช้อปปิ้งเสื้อผ้าของสุภาพสตรีจำนวน 1,000 ราย และพบว่าปัญหาใหญ่ของผู้หญิงก็คือ ซื้อเสื้อผ้าไปแล้วใส่ไม่ได้ เพราะตั้งใจเลือกไซส์ที่เล็กกว่าตัว เพื่อใช้มันเป็นแรงขับดันให้ตัวเองลดความอ้วน ที่น่าเศร้าคือส่วนใหญ่มักทำไม่สำเร็จ

       48% ยอมรับว่าเธอซื้อเสื้อผ้าตัวเล็กเกินจริง เพื่อบังคับให้ตัวเองลดความอ้วน

       10% อ่อนไหวต่อเรื่องรูปร่างมาก ๆ ถึงขนาดซื้อเสื้อผ้าที่เล็กกว่าตัวถึง 3 ไซส์ เพื่อกดดันให้ตัวเองเร่งรีดหุ่นลงเยอะ ๆ

        ไม่ต้องสงสัยเลยว่าต้องมีคนที่ไม่ยอมปริปากให้ใครรู้แน่นอน (34%) ว่าที่จริงพวกเธอใส่เสื้อผ้าไซส์ไหนกันแน่ ถึงขนาดที่ 1 ใน 5 ของจำนวนนี้จะออกไปช้อปปิ้งคนเดียว เพื่อเลี่ยงไม่ให้เพื่อน หรือคนใกล้ตัวรู้ว่าเธอใส่เสื้อผ้าไซส์อะไร โดยพวกเธอเป็นกลุ่มที่ใกล้เคียงกับพวกที่ตัดใจซื้อเสื้อผ้าตัวเล็กทั้ง ๆ ที่รู้ว่าจะใส่ไม่ได้ เพราะอายถ้าคนที่ไปช้อปปิ้งด้วยกันจะล่วงรู้ว่าที่จริงเธอตัวใหญ่

        แต่ก็มี 38% ที่กล้ายอมรับว่าตัวเองอ้วนขึ้น และต้องขยับไปใส่เสื้อผ้าตัวใหญ่กว่าเดิม

          อย่างไรก็ดี การเลือกซื้อเสื้อผ้าเล็กเกินตัวของพวกเธอ กลายเป็นหนึ่งสาเหตุสำคัญของการนำสินค้ามาคืนในภายหลัง เนื่องจากซื้อไปแล้วไม่สามารถใส่ได้นั่นเอง นอกจากนี้ยังเป็นปัญหาให้กับเพื่อนสาวที่ซื้อเสื้อผ้าให้กันด้วย เพราะสาว ๆ หลายคนก็ยอมรับว่าต้องซื้อเสื้อผ้าที่ไซส์เล็กกว่าเป็นของขวัญให้เพื่อน เพราะหากซื้อไซส์จริง ๆ ไปให้ ก็กลัวเพื่อนจะเข้าใจผิดไปว่า เธอหาว่าเพื่อนอ้วนนั่นเอง

          นอกจากเรื่องการปฏิเสธรูปร่างที่แม้จริงของตัวเองแล้ว อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณผู้หญิงเหล่าซื้อเสื้อผ้าที่เล็กกว่าตัวเอง ก็คือมาตรฐานของไซส์เสื้อแต่ละยี่ห้อมีความแตกต่างหลากหลาย เช่น ไซส์ 8 ของยี่ห้อหนึ่ง มีขนาดเท่ากับไซส์ 10 ของอีกยี่ห้อ ก็เป็นเรื่องที่พบเห็นได้บ่อย ถึงขนาดมีผู้ที่ทำแบบสอบถามเสนอแนะว่า ทางการน่าจะมีเกณฑ์มาตรฐานของไซส์เสื้อผ้าออกมา ทั้งคนซื้อ และแบรนด์ต่าง ๆ จะได้เข้าใจตรงกันนั่นเอง

          จะว่าไปจะตัวเล็กหรือตัวใหญ่ ก็มีวิธีใส่เสื้อผ้าให้สวยได้ด้วยกันทั้งนั้น เพียงแค่ยอมรับรูปร่างของตัวเอง และหาทริคช่วยพรางปกปิดจุดด้อย เสริมจุดเด่นที่ชวนมองกว่าขึ้นมาแทน รวมทั้งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือสวมใส่เสื้อผ้าในแบบที่คุณมั่นใจ เพราะถ้ามีความมั่นใจ ก็ทำให้ดูดีกันได้ถ้วนหน้าทุกคนล่ะจ้า



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
           
          วิธีลดความอ้วนมีให้เลือกทำหลายสูตร แต่สูตรที่นิยมกันมากน่าจะเป็นสูตรลดความอ้วนแบบงดแป้ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องไม่กินสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเลยนะคะ เพราะถึงอย่างไรคาร์โบไฮเดรตก็ยังเป็นสารอาหารที่ร่างกายจำเป็นต้องนำไปใช้ในกระบวนการต่าง ๆ อยู่ดี

          เอ๊ะ ! แล้วแบบนี้เราต้องกินคาร์โบไฮเดรตจากไหนล่ะที่ทำให้ไม่อ้วน เว็บไซต์ all woman stalk เขาอยากเอาใจคนกลัวอ้วน เลยแนะนำคาร์โบไฮเดรตชนิดดีที่กินแล้วไม่อ้วนมาให้ถึง 7 ชนิด คราวนี้คนอยากกินแป้งแต่กลัวอ้วนก็เลือกกินได้ตามสบายเลยจ้า
 

 
1. ลูกแพร์ และแอปเปิล
           
          ผลไม้อย่างลูกแพร์ และแอปเปิลก็มีคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายต้องการ แถมยังเป็นผลไม้ที่ให้ปริมาณน้ำตาลน้อย มีวิตามิน เกลือแร่ และไฟเบอร์สูงมาก นอกจากนี้ แอปเปิลและลูกแพรยังช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญในร่างกายให้ทำงานอย่างเต็ม ประสิทธิภาพอีกด้วย ฉะนั้นกินแอปเปิล หรือลูกแพรสุกมากแค่ไหน ก็ไม่ต้องกลัวอ้วนแน่นอนค่ะ
 


2. ข้าวโอ๊ต
           
          ข้าวโอ๊ตจัดเป็นธัญพืชประโยชน์สูงชนิดหนึ่ง ซึ่งนอกจากจะมีคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายต้องการแล้ว ยังมีแคลอรี่ต่ำ แต่ให้พลังงานเยอะ มีไฟเบอร์ มีประโยชน์ต่อหัวใจ เรียกได้ว่าเป็นอาหารช่วยลดน้ำหนักที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

 
3. มันเทศ
           
          มันเทศเป็นผักที่เราเห็นถึงตัวแป้งที่ซ่อนอยู่ได้อย่างชัดเจน และบางคนที่ไดเอตอยู่ก็พยายามเลี่ยงไม่กินมันเทศด้วย แต่ทราบไหมคะว่าแป้ง หรือคาร์โบไฮเดรตในมันเทศมีประโยชน์เกินกว่าที่เราจะคาดถึง เพราะมันเทศเพียงแค่หัวเล็ก ๆ เพียงหัวเดียว อุดมไปด้วยวิตามินหลากชนิด เบต้าแคโรทีน สารต้านอนุมูลอิสระ และเส้นใยอาหารอีกนับไม่ถ้วน ทำให้เรารู้สึกอิ่มท้องได้ยาวนานขึ้น อีกทั้งมันเทศยังมีส่วนช่วยต้านเซลล์มะเร็งอีกอย่างด้วยล่ะ
 




 
4. เมล็ดควินหวา
           
          เมล็ดควินหวาเป็นธัญพืชที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ โปรตีน และคาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อสุขภาพ นั่นก็แสดงว่า ธัญพืชเมล็ดเล็ก ๆ ชนิดนี้จะทำให้คุณรู้สึกอิ่ม ให้แคลอรี่ต่ำ แต่ให้พลังงานกับร่างกายเยอะ กินมากแค่ไหนก็ไม่ต้องกลัวอ้วนเลยล่ะสิ

 
5. โฮลเกรน
           
          โฮลเกรนที่ไม่ขัดสีจะอุดมไปด้วยไฟเบอร์ และสารอาหารที่ร่างกายต้องการอีกหลากชนิด วิตามิน และพลังงาน ดังนั้นคุณสามารถเลือกกินขนมปังโฮลวีทแท้ หรือโฮลเกรนที่ไม่ขัดสีได้อย่างสบายใจ หายห่วงเรื่องน้ำหนักขึ้นไปได้เลย

 


6. ข้าวป่า
              
          ข้าวป่า คือ ข้าวที่มีเมล็ดขนาดเล็ก มีหางยาว เยื่อหุ้มเมล็ดสีแดงอ่อนจนถึงแดงเข้ม อุดมไปด้วยไฟเบอร์ โปรตีน คาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานกับร่างกาย พร้อมกันนั้นก็ให้วิตามินอีกหลายชนิดที่ดีต่อสุขภาพของเราเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีฤทธิ์บำรุงกำลัง ช่วยให้คุณรู้สึกกระปรี้กระเปร่าตลอดทั้งวันด้วยจ้า

 
7. อัลมอนด์

          อัลมอนด์มีส่วนช่วยรักษาสมดุลของระดับฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้คุณรู้สึกอิ่มท้องได้นานขึ้น ส่งผลให้ไม่อยากกินจุบกินจิบ ที่สำคัญอัลมอนด์ยังมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง อัลไซเมอร์ และระดับไขมันเลวในร่างกายให้ต่ำกว่ามาตรฐาน แต่ทั้งนี้ควรกินอัลมอนด์เพียงแค่ 1 กำมือต่อวันก็พอนะคะ เพราะเห็นว่ามีประโยชน์ขนาดนี้ แต่ไขมันในอัลมอนด์ก็สูงเกินกว่าจะกินเล่นเพลิน ๆ ในปริมาณที่เยอะมากได้
 

          สำหรับ คนที่กำลังหาสูตรไดเอตกันอยู่ และไม่อยากรู้สึกโหยเพราะขาดคาร์โบไฮเดรต ก็ลองเลือกกินคาร์โบไฮเดรตชนิดดีที่เราแนะนำกันดูก็ได้นะจ๊ะ อ้อ ! แล้วอย่าลืมออกกำลังกายร่วมด้วย จะได้ผอมเพรียวทันใจเร็ว ๆ เนอะ

edit @ 29 Apr 2014 15:33:38 by howlifebeauty

edit @ 29 Apr 2014 15:43:07 by howlifebeauty