6 ข้อสงสัย ไขความลับเรื่องความสวย (momypedia)

    1. อยากได้ผมสวยถูกใจ ไปร้านเสริมสวยทีไรไม่ได้ดั่งใจสักที มีข้อแนะนำอย่างไร

          ถ้าอยากทำผมทรงไหน ไม่ว่าจะเป็นการดัด การตัด การทำสี ควรนำรูปแบบที่เราชอบไปให้ช่างดูเพื่อประกอบกับคำอธิบายด้วยจะดีกว่า เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องของทั้งทางช่างและทางเรานะคะ จะได้ไม่มีข้อผิดพลาดในภายหลัง แต่อย่างไรก็ตาม ส่วนประกอบอื่น ๆ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กันเลยค่ะ

        ความสามารถของช่างผมและร้านนั้น ๆ จะรู้ได้ว่าดีหรือไม่ดี ให้สังเกตลักษณะร้าน และคำบอกเล่าจากเพื่อน ๆ ที่เคยทำผมจากที่ร้านนี้

        ก่อนที่จะนำรูปแบบผมที่เราชอบไปให้ช่างดู ให้พิจารณาดูให้รอบคอบว่าเป็นแบบผมที่เราชอบจริง ๆ ตัดส่วนประกอบต่าง ๆ ออกไป เช่น ใบหน้า เสื้อผ้า และเครื่องประดับของนางแบบ อย่าแค่วาดฝันว่าตัดออกมาแล้วจะสวยเหมือนก้อย รัชวิน หรือแพนเค้ก


        แบบผมที่นำไปอาจไม่เหมาะกับเรา ให้ช่างช่วยชี้แนะหรือฟังคำแนะนำจากผู้อื่นโดยไม่โกรธ อาจให้ช่างช่วยดัดแปลงทรงให้เข้ากับใบหน้าเรามากขึ้น

        ผมทรงนั้น ๆ อาจจะไม่เหมาะกับสภาพเส้นผมของเรา เช่น ผมสลวยเป็นขอดสวยอย่างบรู๊ก ซีลด์ ไม่อาจทำบนเส้นผมแห้งฟูบางอย่างเราได้ และอาจต้องใช้เวลานานมากเกินไปในการตกแต่งในตอนเช้า ทรงผมแสนสวยของนางแบบนั้น กว่าจะถ่ายรูปออกมาให้สวยได้แต่ละรูปนั้น ที่จริงแล้วได้รับการดูแลตกแต่งจากสไตลิสต์เป็นเวลาหลายชั่วโมง ใช้เทคนิคมากมายในการถ่ายรูปให้เส้นผมสลวยเป็นมันเงาค่ะ

    2. ทำไมจึงต้องมาส์กหน้า มาส์กมีประโยชน์อย่างไร ช่วยแนะนำด้วย

          การล้างหน้าด้วยครีมและเช็ดผิวด้วยโลชั่นเป็นประจำวันนั้นไม่การเพียงพอหรอก นะคะ ผิวหนังควรได้รับการดูแลทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่เข้มข้น กว่าปกติ เช่น มาส์กสำหรับผู้ที่มีผิวมัน จะช่วยทำความสะอาดผิวและดูดซับความมัน ปรับความสมดุลของผิว ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียค่ะ การมาส์กหน้านั้นมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

        ทำความสะอาดผิวให้สะอาดก่อนมาส์กหน้านะคะเพราะว่าการมาสก์หน้าไปบนใบหน้า สกปรก เสมือนลงยาขัดเงาไปบนพื้นผิวที่สกปรก จะทำให้ผิวหน้าที่สกปรกทำความสะอาดยากยิ่งขึ้นค่ะ

        ก่อนใช้มาส์กแต่ละยี่ห้อ อ่านขั้นตอนการใช้อย่างละเอียด โดยเฉพาะวิธีการ ระยะที่ใช้มาส์กหน้า และวิธีการชำระออก มาส์กแต่ละยี่ห้ออาจมีวิธีแตกต่างกันไป


        ทามาส์กจำนวนพอสมควรให้ทั่วผิวหน้าอย่างพอเหมาะ ไม่หนาเกินไป ไม่บางเกินไป แต่ควรหลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปากนะคะ เพราะผิวบริเวณนี้บอบบางที่สุด

        หลังจากทามาส์กและล้างมาส์กออกแล้ว เซลล์เก่าจะถูกขจัดออกไป จึงควรทาครีมบำรุงทันที เพราะผิวจะซึมซับมอยส์เจอไรเซอร์ได้อย่างรวดเร็วกว่าปกติค่ะ

    3. สีเมคอัพในปัจจุบันค่อนข้างเป็นสีอ่อนและเป็นประกาย จะเหมาะกับคนที่มีอายุมากไหม

          พวกสีอ่อนใสเป็นประกายนั้น เหมาะกับวัยรุ่นที่มีผิวพรรณสดใสเต่งตึง แต่งเติมไปเล็กน้อย ก็ดูสวยใสอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นผู้ที่มีผิวพรรณดีอยู่แล้ว เครื่องสำอางที่เป็นประกายสามารถใช้แต้มเล็กน้อยไปบนบริเวณเปลือกตา โหนกคิ้ว กลางปากเพื่อความอวบอิ่ม และบนสีเล็บเท่านั้นนะคะ จะแต้มเติมไปทุกส่วนของใบหน้าไม่ได้ เพราะว่าเมื่อถูกถ่ายรูปมาจะดูหน้าบวมกว่าปกติและไม่สวยค่ะ ส่วนการแต่งหน้าสำหรับผู้ที่มีอายุนั้น ไม่ควรตามแฟชั่นมากเกินไป ยึดสีเป็นธรรมชาติที่เหมาะกับผิวของตนเอง และทำให้เราดูดีเป็นธรรมชาติอยู่เสมอจะดีกว่านะคะ


    4. สีชมพูมาแรงสำหรับสีลิปสติกช่วงนี้เลือกสีอย่างไรให้ดูดีเหมาะกับสีผิว

          การเลือกสีลิปสติกก็เหมือนการเลือกสีเสื้อผ้าแหละค่ะ หากเรามีสีผิวออกโทนร้อน มีเหลืองผสมอยู่มาก ให้เลือกสีชมพูอมส้ม หากเรามีผิวโทนเย็น ผิวขาวออกชมพู ให้เลือกชมพูออกม่วง ๆ อย่างไลแลคได้ค่ะ อย่างไรก็ตาม การแต่งหน้าควรจะให้ดูกลมกลืนกันทั่วทั้งใบหน้านะคะ ไม่ใช่ว่าทาปากสีชมพู แล้วปัดแก้มสีออกส้ม ซึ่งการแต่งแบบนั้นจะดูขัดตาเป็นอย่างยิ่งค่ะ


          สำหรับการเลือกสีลิปสติกนี้ ไม่ว่าจะเป็นสีใด ๆ ให้ยึดหลักการของโทนสีผิวไว้เช่นเดียวกัน ผิวโทนร้อนควรเป็นสีแดงออกส้ม ผิวโทนเย็นออกสีแดงโกเมน แดงผลไม้สุกได้ (เชอร์รี บลูเบอร์รี สีไวน์ เป็นต้น)


    5. ครีมขจัดเซลลูไลต์ต่าง ๆ ช่วยลดไขมันได้แค่ไหน

          ครีมขจัดเซลลูไลต์ต่าง ๆ ใช้เดี่ยว ๆ อย่างเดียวนั้นไม่ได้ผลอย่างแน่นอนค่ะ ต้องทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร การคลายความเครียด และไม่ใช่ทำเพียงแค่วันสองวันจะเห็นผลทันทีนะคะ ต้องทำเป็นกิจวัตรทุกวันเป็นเวลาอย่างน้อย 2 เดือนจึงจะเห็นผลค่ะ สำหรับผิวบางชนิดที่มาจากกรรมพันธุ์ และสังขารนั้น ครีมใด ๆ ก็ไม่สามารถช่วยให้เรียบตึงได้หรอกค่ะ อาจช่วยให้ผิวชุ่มชื่นและนุ่มนวลขึ้นบ้าง


    6. มีคำแนะนำอย่างไรสำหรับการดูแลผิวพรรณที่บอบบางแพ้ง่าย คำแนะนำสำหรับผู้ที่มีผิวพรรณบอบบางแพ้ง่าย

        ควรเลือกซื้อเครื่องสำอางสำหรับผิวบอบบาง ข้าง ๆ ขวดอาจเขียนว่า "Hypoallergenic" หรือ "Allergy Tested" อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะผ่านการทดสอบแล้ว ก็อาจเกิดอาการแพ้ได้อยู่ดี

        ดังนั้น ควรทดสอบผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ที่ไม่เคยใช้มาก่อนบริเวณใต้ท้องแขนสักหลาย ๆ วันหน่อย จนแน่ใจว่าไม่แพ้ จึงเริ่มบนใบหน้าบริเวณเล็ก ๆ ใกล้ ๆ ใบหูก่อน เพราะถ้าเผื่อว่าเกิดแพ้ขึ้นมาก็จะสามารถปิดรอยที่แพ้ได้ด้วยผมค่ะ

        พยายามหลีกเลี่ยงการใช้สบู่ที่จะทำให้ผิวแห้ง เกิดอาการคันนะคะ ใช้เครื่องสำอางทำความสะอาดผิวที่ไม่ใช่สบู่จะดีกว่าค่ะ

        ปกป้องผิวจากแสงแดด เมื่อเลือกซื้อครีมกันแดด พยายามหลีกเลี่ยงส่วนผสมของสารกันแดดที่เป็นเคมี เลือกพวกที่มีส่วนผสมของไททาเนียม ไดออกไซด์แทนจะดีกว่าค่ะ

        หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่ขจัดลอกเซลล์ผิวที่มีส่วนผสมของ AHA

        หากเกิดอาการแพ้ ให้หยุดใช้เครื่องสำอางนั้นทันทีเลยนะคะ อย่าใช้ต่อเด็ดขาด ล้างบริเวณนั้นด้วยน้ำเย็นเป็นเวลาอย่างน้อย 30 วินาที บรรเทาผิวส่วนที่แพ้ด้วยเจลว่านหางจระเข้ และถ้าเกิดอาการแพ้มาก ควรไปพบแพทย์เพื่อให้ตรวจอาการและรักษาอย่างถูกต้องค่ะ

Comment

Comment:

Tweet